5ข้อดีที่ควรลองทำวิดีโอแนวตั้งกันดูนะคะ

5ข้อดีที่ควรลองทำวิดีโอแนวตั้งกันดูนะคะ

5 ข้อดีที่ควรลองทำวิดีโอแนวตั้ง #VerticalVideo “

การทำอะไรให้สอดคล้องกับหลักความจริง และใกล้เคียงกับพฤติกรรมธรรมชาติของคนเรามากที่สุด ก็จะทำให้เรา..เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน”.. ..เป็นที่ทราบกันดีว่า คนส่วนใหญ่(กว่า 80%) ใช้โซเชียลมีเดียผ่านหน้าจอมือถือ.. และเฉลี่ยแล้ว 94%ใช้มือถือในแนวตั้ง=O= (อ้างอิงจากMOVR-Mobile Overview Report) ในแง่ของการทำสื่อโฆษณา หรือคอนเทนท์ต่างๆ หากเราปรับเปลี่ยน ให้สอดคล้องกับการใช้งาน และความต้องการของผู้ชม หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการสื่อสาร ก็จะช่วยเพิ่ม”โอกาส”ต่างๆ ให้เราได้อีกมากมายนะคะ .. .. เราอาจจะคุ้นตากับวิดีโอแนวนอน 16:9 หรือวิดีโอที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส 1:1 กันมาพอสมควร .. รวมถึงหลายๆท่านคงพอได้เห็น วิดิโอแนวตั้ง ที่มีหลายๆแบรนด์ หรือแม้แต่สื่อประเภทข่าวเช่น BBC ก็เริ่มมีการนำเสนอในรูปแบบนี้กันมากขึ้น หรือการได้สัมผัส คุ้นเคยจาก Stories IG/FB กันมาบ้างแล้ว.. …วันนี้ #ดีไซน์มี เลยขอสรุปข้อดีต่างๆ ของวิดีโอหรือคอนเทนท์แนวตั้ง มาเป็นไอเดีย ให้สำหรับหลายๆท่าน ได้ลองพิจารณา เพื่อหาคอนเทนท์ ที่สอดคล้องกับการนำเสนอ รูปแบบนี้กันดู ถือเป็นการเพิ่ม ความหลากหลายในการนำเสนอ ให้ตรงใจผู้ชมหรือกลุ่มเป้าหมายของเราได้อีกทางนะคะ

สัดส่วนต่างๆของวิดีโอที่พบบ่อยในสื่อโซเชียล(Video Aspect Ratio)
Remark: สัดส่วนวิดีโอแนวตั้งที่แอดมินเองใช้ทำงานให้ลูกค้าบ่อยๆ จะเป็น 2:3 หรือตั้งค่าที่ประมาณ 1000x1500px (ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยอิงสเกล)กับ 9 : 16 หรือ FullHD แนวตั้งนั่นเองค่ะคือ 1080x1920px

1. ดึงดูดและตรึงความสนใจได้ดีกว่า 9เท่า การทำวิดีโอแนวตั้งที่เห็นแบบเต็มจอมือถือ ทำให้ไม่มีสิ่งต่างๆ จากโพสต์หรือข้อความอื่นๆมากวนสายตามาก จึงมีแนวโน้มที่จะตรึงสายตาคนดูในเรื่องหรือคลิปนั้นๆได้มากกว่า จริงๆมีข้อมูลที่เค้าเก็บสถิติไว้จาก Snapchat อีกหนึ่งแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ที่ออกมารายงานว่าวิดีโอแนวตั้งนั้น ให้ผลตอบรับดีและมีแนวโน้มดูวิดีโอจบมากกว่าวิดีโอปกติถึง 9 เท่า

2. เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ เฉลี่ยแล้วคนใช้มือถือแนวตั้งในการดูสื่อต่างๆถึง 94% เรียกได้ว่าสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานอย่างเป็นธรรมชาติของคนเรา อาจจะเป็นมากกว่าเทรนด์ไปแล้วจากงานวิจัยของ MOVR (Mobile Overview Report) พบว่า เฉลี่ยแล้วคนกว่า 90% ถือมือถือแนวตั้ง บางคนยอมดูคลิปแนวยาว จากการจับมือถือแนวตั้ง สำหรับคลิปที่ไม่ได้ยาวมาก นั่นอาจเป็นเพราะเกิดความสะดวกสบายไม่ต้องหมุนจอกลับไปมา…(อันนี้แอดมินไม่ได้เป็นคนเดียวใช่ไหม ><) ประกอบกับการปรับเปลี่ยนของแพลตฟอร์มต่างๆ  ที่พยายามผลักดัน พฤติกรรมการใช้งานในรูปแบบนี้มากขึ้น อย่าง Stories, IGTV ที่เน้นคลิปวิดีโอและคอนเทนท์แนวตั้ง

3. ดูดีมีสไตล์..ใส่ไอเดียการนำเสนอได้มากขึ้น  เราอาจจะคุ้นเคยกับวิดีโอ 1:1 ที่มีหัวท้ายคาดแถบสี และใส่ข้อความกันดี การนำเสนอในรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสที่เห็นจนชินตา แต่การทำวิดีโอแนวตั้ง ที่มีพื้นที่หัวกับท้ายมากขึ้น เราสามารถจะใส่ไอเดียต่างๆเพิ่มเข้าไปได้อีก เช่น การทำซับไตเติลตัวใหญ่ให้ดูเร้าใจ เน้นประโยคสั้นๆเด่นๆ(คนส่วนใหญ่มักชมวิดีโอในเฟสบุคแบบไม่เปิดเสียง) หรือ หากทำผ่านโปรแกรมตัดต่อที่สามารถจัดวางเลย์เอาท์ หรือรูปแบบง่ายๆได้ ก็จะช่วยเพิ่มการนำเสนอให้แปลกตาจากเดิมออกไปได้อีก มีข้อมูลการศึกษาจาก facebook ที่สะท้อนให้เห็นถึงผู้รับชมวิดีโอ 65% มองแบรนด์ ที่ใช้วิดีโอแนวตั้ง ว่าดูเป็นแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และทันสมัยอีกด้วย

4.เมื่อประสิทธิภาพการเข้าถึงมากขึ้น ค่าโฆษณาก็จะถูกลง…แน่นอน ถ้ารวมข้อดี 3 ข้อด้านบน ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเข้าถึงคนได้มากขึ้น ประกอบกับเนื้อหาคอนเทนท์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายก็จะก่อให้เกิดการไลค์แชร์ มากขึ้น และส่งผลให้ราคาโฆษณาต่อการมองเห็นถูกลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

5. เพิ่มช่องทางและความหลากหลายในการนำเสนอได้มากขึ้น หากเราทำเป็นคลิปสั้น ไม่เกิน 15-60วินาที จะสามารถนำไปใช้โปรโมทในช่องทางอื่นๆของแต่ละแพลตฟอร์มได้ นอกจากการปรากฎหน้าฟีดเพียงอย่างเดียว ก็ยังมี Stories ของ FB , IG หรือ IGTV ที่แต่ละแพลตฟอร์มพยายามผลักดันรูปแบบการทำวิดีโอแนวตั้งมากขึ้น  หรือแม้แต่การโปรโมทผ่านไลน์แอด ที่สร้างความหลายหลายได้มากกว่า วิดีโอ 1:1 หรือ แนวยาว 16 : 9

แต่ไม่ใช่ทุกวิดีโอ ทุกคอนเทนท์ จะเหมาะกับแนวตั้งทั้งหมดจึงต้องเลือกดูให้เหมาะสมกับเรื่องราว หรือการนำเสนอด้วย บางอย่างอาจเหมาะกับการเป็นคลิปแนวนอน มากกว่า เช่น การนำเสนอภาพที่ต้องการมุมกว้างอย่างภาพวิว เป็นต้น

จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับเรื่องราว หรือ การนำเสนอด้วยบางอย่างอาจเหมาะกับการเป็นคลิปแนวนอนมากกว่า เช่น การนำเสนอภาพที่ต้องการมุมกว้างอย่างภาพวิว เป็นต้น

แต่จากข้อดีทั้งหมดที่สรุปมานี้ ก็น่าจะเป็นแนวทางให้เราตัดสินใจลองคิด และทำวิดีโอคอนเทนท์แบบแนวตั้งกันดูบ้างนะคะ ก็ไมเสียหายอะไร..เผื่อจะเจอแนวทางใหม่ๆ ในการนำเสนอที่ตอบโจทย์ ลูกค้าหรือผู้ชมได้อีกทางด้วย.

Leave a comment